<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8924385989501360729</id><updated>2011-04-21T16:02:40.414-07:00</updated><title type='text'>SUKRITTA</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://493crujira.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://493crujira.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>SUKRITTA</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05511640481219040944</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>3</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8924385989501360729.post-9214569875133375170</id><published>2007-09-17T19:59:00.000-07:00</published><updated>2007-09-17T19:59:02.551-07:00</updated><title type='text'>ข้อสอบ</title><content type='html'>กลุ่มคำถามเกี่ยวกับความเข้าใจ&lt;br /&gt;คำถามข้อที่ ๑คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนหากนักศึกษาจำเป็นที่จะต้องอธิบายให้กับบุคคลทั่วไปเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างคอนเซ็ปท์และไอเดีย นักศึกษาจะมีวิธีการอย่างไรในการอธิบายอย่างกระชับและแยบยล เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ และถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ คอนเซ็ปท์ คือ สิ่งที่เป็นนามธรรม มวลความคิด ที่ใช้อธิบายสาระสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เช่น คอนเซ็ปท์ ของ หมวก คือ สิ่งที่สวมบริเวณศรีษะสำหรับกันเเดด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอเดีย ของ หมวก คือ หมวกเเก๊ป หมวกชายหาด หมวกเปิดกลางศรีษะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คำถามข้อที่ ๒คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายและให้คำจำกัดความของการเปลี่ยนแปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ ยกตัวอย่างที่สามารถเสนอการนำไปใช้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม โดยใช้หลักการที่ได้เรียนรู้จากการบรรยายในวิชานี้ตอบคำถามอย่างเป็นเหตุและผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ การเปลี่ยนเเปลงสถานะของคอนเซ็ปท์ (subverd) คือ การที่คอนเซ็ปท์ ของสิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกเปลี่ยนสถานะ เเต่ ไอเดีย ของสิ่งนั้นไม่เปลี่ยน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เช่น การนำเสื้อไปทำผ้าถูบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คอนเซ็ปท์ ของ เสื้อ คือ เครื่องนุ่งห่มสำหรับปกปิดร่างกาย&lt;br /&gt;ไอเดีย ของ เสื้อ คือ เสื้อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เเต่เมื่อนำเสื้อมาทำผ้าถูบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คอนเซ็ปท์ ของ เสื้อ ถูกเปลี่ยนเป็น อุปกรณ์ทำความสะอาด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอเดีย ของ เสื้อ คือ เสื้อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;คำ&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ถามข้อที่ ๓คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนศิลปะและการออกแบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไร จากเหตุผลส่วนตัวของนักศึกษา งานฝีมือนับว่าเป็นงานออกแบบได้หรือไม่&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ ศิลปะและการออกแบบต่างกันที่จุดประสงค์การทำงาน คือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ศิลปะ มีจุดประสงค์การทำงานเพื่อสนองความต้องการของตัวผู้วาดเอง ไม่เกี่ยวข้องกับการค้าเชิงธุระกิจ จึงต้องศึกษาความคิดของตัวศิลปินหรือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ผู้วาดโดยตรงจึงจะเข้าใจงานนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ออกแบบ มีจุดประสงค์การทำงานในเชิงธุระกิจ มีการเเข่งขัน ลงทุนให้เกิดผลผลประโยชน์ส่วนรวม จึงทำให้มีการจัดตั้งสถาบันสอนโดยตรง มีหลัก การสอน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คิดว่า งานฝีมือไม่นับว่าเป็นการออกเเบบ เพราะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;งานฝีมือ มีจุดประสงค์ทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เป็นงานประดิษโดยใช้ฝีมือ เป็นงานอดิเรกของผู้ทำ เช่น การปักผ้า การทำโมเสก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;คำถามข้อที่ ๔คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนไอคอน (Icon) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร กรุณาอธิบายให้ง่ายและกระชับสำหรับผู้ที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มาก่อน&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ ไอคอน (Icon) คือ สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้คนกลุ่มกว้างเข้าใจตรงกัน ซึ่งไอคอน (Icon) เกิดจากการที่คนส่วนใหญ่ตั้งคำถาม กับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;สิ่งสิ่งหนึ่ง &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตย. ไอคอน (Icon)ของศาสนาคริสต์คือ ไม้กางเขน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอคอน (Icon)ของศาสนเปรี้ยวคือ มะนาว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คำถามข้อที่ ๕คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนแรงบันดาลใจกับจินตนาการเกี่ยวข้องกันในลักษณะใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ จินตนาการ คือความคิดที่ทุกคนต้องการอยากหรือไม่อยากให้เป็น ทำให้เกิดเเรงบันดาลใจ(เเรงขับเคลื่อนในตัวเอง)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ในการทำให้สิ่งที่จินตนาการเป็นความจริง ทำให้เกิดสิ่งใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เช่นเรามีจินตนาการต่อไปคนจะลอยได้ จึงทำให้เรามีเเรงบันดาลใจต่อไปว่าเราจะศึกษาหาวิธีทำให้คนลอยได้ จึงมีการคิดทำบอลลูนขึ้นมา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เพื่อให้คนลอยบนท้องฟ้าได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;กลุ่มคำถามเชิงวิเคราะห์ และสังเคราะห์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;คำถามข้อที่ ๑คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนนจงอธิบายความแตกต่างระหว่างคอนเซ็ปท์ของตู้กับข้าวและตู้เย็น ทั้งสองอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกันหรือไม่ หากนักศึกษาคิดว่าทั้งสองสิ่งอยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกัน กรุณาแจกแจงเหตุและผลอย่างเป็นขั้นตอน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ ทั้ง2อยู่บนคอนเซ็ปท์เดียวกัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คอนเซ็ปท์ของตู้กับข้าว คือ ที่เก็บอาหาร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอเดียของตู้ คือ ตู้กับข้าว &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เเต่ต่อมาเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าทำให้มีการพัตนาตู้กับข้าวจากการเก็บอาหารอย่างเดียว ให้มีการถนอมอาหารด้วย ทำให้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คอนเซ็ปท์ของตู้กับข้าว เปลี่ยนมาเป็น ที่เก็บเเละถนอมอาหารด้วยความเย็น&lt;br /&gt;ไอเดียของตู้ คือ ตู้กับข้าว เปลี่ยนมาเป็น ตู้เย็น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามข้อที่ ๓คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนการเปลี่ยนแปลงของโทรศัพท์จากระบบแอนนาลอคมาสู่ระบบดิจิตอล มีข้อสังเกตุที่น่าสนใจอย่างไร? ตอบโดยใช้ฐานความรู้เรื่องคอนเซ็ปท์ และไอเดีย ที่ได้เรียนจากห้องเรียนมาวิเคราะห์ และสังเคราะห์ เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อการออกแบบเพื่อการสื่อสาร (Communication Design) อย่างไร ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ คอนเซ็ปท์ของโทรศัพท์ คือ การสื่อสารด้วยเสียง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอเดียของโทรศัพท์ คือ โทรศัพท์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;โทรศัพท์อนาลอก เช่น โทรศัพท็ตู้ โทรศัพท์บ้านสมัยก่อนที่ใช้มือหมุน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;1. โทรศัพท์ที่ส่งเเละรับสัญญาณเสียงพูดทั้งหมดด้วยรูปเเบบของกระเเสไฟฟ้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;2. มีเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงกระดิ่ง เท่านั้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;3. ไม่เเสดงหมายเลขของผู้โทรมา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;4. รับส่งภาพ เมล์ไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;5.บันทึกเสียงไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;โทรศัพท์ดิจิตอรเช่น โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;1. เเสดงหมายเลขของผู้โทรมา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;2. มีเสียงเรียกเข้าหลายเเบ เช่น เสียงงเพลง&lt;br /&gt;3. รับส่งภาพ เมล์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;4. บันทึกเสียงได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีผลต่อ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;การออกแบบเพื่อการสื่อสาร &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;1. ทำให้ การออกแบบมีการนำออกสู่สายตาผู้อื่นได้กว้าง เเละสะดวกขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;2. ทำให้เพิ่มงานออกเเบบมากขึ้น เช่น ออกเเบบบนเวปไซร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามข้อที่ ๔คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนจงเปรียบเทียบระหว่างการพูดและการเขียน (Speech VS Writing) อธิบายด้วยความเข้าใจจากองค์ประกอบต่างๆที่ได้จากการเรียนในวิชานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ตอบ คอนเซปต์ของ การพูด คือ การสื่อสารด้วยเสียง เเต่ คอนเซปต์ของ การเขียน คือ การสื่อสารด้วยข้อความ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;ไอเดียของ การพูด คือ โทรศัพท์ ไอเดียของ การเขียน คือ จดหมาย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;การพูด 1.ไม่มีการวิเคราะห์ สังเคราะก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;2. ไม่ต้องมีการบันทึก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;การเขียน 1.มีการวิเคราะห์ สังเคราะจากสมองก่อนเขียน&lt;br /&gt;2. ต้องมีอุปกรณ์การบันทึก&lt;br /&gt;3. ต้องรู้จักภาษาพูดก่อนถึงเขียนได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;4. มีการลำดับข้อความก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;รุจิรา สว่างสิทธิโชติ (ไอ) 1470803303&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8924385989501360729-9214569875133375170?l=493crujira.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://493crujira.blogspot.com/feeds/9214569875133375170/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8924385989501360729&amp;postID=9214569875133375170' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/9214569875133375170'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/9214569875133375170'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://493crujira.blogspot.com/2007/08/subverd-icon-icon-icon.html' title='ข้อสอบ'/><author><name>SUKRITTA</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05511640481219040944</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8924385989501360729.post-7857578974367797768</id><published>2007-06-18T01:52:00.000-07:00</published><updated>2008-11-13T08:49:07.619-08:00</updated><title type='text'>โฟม คืออะไร</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_ZiPXef9nni8/RnZC6UqnoOI/AAAAAAAAAJs/bVBgS1s4EnE/s1600-h/knowdetail_02.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5077319199654125794" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_ZiPXef9nni8/RnZC6UqnoOI/AAAAAAAAAJs/bVBgS1s4EnE/s320/knowdetail_02.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;"โฟม" เป็นคำที่รู้จักกันทั่วไปซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีความหมายกว้างมาก หากพิจารณาตามคำแปลหมายถึง "ฟู"&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;โฟมในที่นี้หมายถึงพลาสติกที่ฟูหรือขยายตัว พลาสติกมากมายหลายประเภท และในบรรดาพลาสติกหลายประเภท ที่มีในโลกนั้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;หากผ่านกระบวนการที่ใช้สารขยายตัว (Blowing Agent) ก็จะทำให้พลาสติกนั้นกลายเป็นโฟมได้ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า Foam Plastic&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ตัวอย่างของโฟมพลาสติกที่รู้จักกันทั่วไป เช่น ฟองน้ำ กล่องโฟมใส่อาหาร โฟมแผ่น โฟมฉีดพ่นเพื่อเป็นฉนวน เป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ซึ่งโฟมพลาสติกเหล่านี้ล้วนแต่ผลิตจากพลาสติกแตกต่างประเภทกันไป &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;ในที่นี้จะหมายถึงโฟมที่ผลิตจากพลาสติกประเภท &lt;strong&gt;Polystyrene / PS&lt;/strong&gt; เท่านั้น ซึ่งใช้ทำกล่องโฟมใส่อาหาร และ โฟมลอยกระทง เป็นต้น ซึ่งโฟม&lt;strong&gt;พลาสติกประเภท Polystyrene / PS มี 2&lt;/strong&gt; ประเภทหลักคือ&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. Expandable Polystyrene / EPS&lt;/strong&gt; ซึ่งใช้บรรจุสินค้ามีค่าต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า และ หมวกกันน็อค โฟมกล่องน้ำแข็ง รวมถึงโฟมแผ่นและโฟมก้อนที่ใช้ทำถนนเป็นต้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;2. Polystyrene Paper / PSP&lt;/strong&gt; ที่ใช้ทำถาดหรือกล่องโฟมบรรจุอาหาร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;กระบวนการผลิตโฟมเป็นอย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. Expandable Polystyrene / EPS&lt;/strong&gt; คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซ Pentane (C5H12) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ ก๊าซหุงต้ม หรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว (Blowing Agent) ในระหว่าง&lt;br /&gt;กระบวนการผลิตที่เรียกว่า Polymerization เนื้อพลาสติก PS จะทำปฎิกิริยา กักเก็บก๊าซ Pentane เอาไว้ภายใน เมื่อนำมาผลิตโฟม EPS วัตถุดิบจะขยายตัวเมื่อได้ความร้อนจากไอน้ำ (Steam) กลายเป็นเม็ดโฟมขาวๆ จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูป (Molding) ซึ่งมี 2 ลักษณะคือ - อัดขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่างๆ ตามลักษณะแม่พิมพ์ที่ทำ (Shape Molding) เช่น เป็นกล่องน้ำแข็ง และบรรจุภัณฑ์ ต่างๆ - อัดขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม ( Block Molding) แล้วนำมาตัดตามขนาดและรูปร่างที่ต้องการ โดยทั่วไป โฟม EPS จะขยายตัวประมาณ 50เท่า และเมื่อขยายตัวแล้วจะมีอากาศเข้ามาแทนที่ถึง 98 % ของปริมาตร มีเพียง 2 % เท่านั้นที่เป็นเนื้อพลาสติก PS และนี่คือสาเหตุที่ทำให้โฟมมีขนาดใหญ่แต่กลับมีน้ำหนักเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลักษณะนี้เองที่ทำให้โฟม EPS สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างดี เหมาะสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้า และยังรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในแนวดิ่งโดยไม่เสียรูปทรง จึงสามารถใช้เป็นวัสดุในการทำถนน เพื่อแก้ปัญหาถนนทรุด และยังใช้เป็นฉนวนรักษาความร้อนและเย็น เนื่องจากอากาศที่มีอยู่ภายในถึง 98 % ทำหน้าที่เป็นฉนวนได้อย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. Polystyrene Paper / PSP&lt;/strong&gt; คือโฟม PS ที่ใช้ก๊าซหุงต้มหรือ Butane (C4H10) เป็นสารที่ทำให้ขยายตัว วัตถุดิบที่ใช้ ก็คือเม็ดพลาสติก PS ทั่วไป ซึ่งเข้าสู่ระบบการฉีดโดยใช้สกรูซึ่งมีความร้อนจากไฟฟ้าเช่นเดียวกับ การฉีดพลาสติกทั่วไป&lt;br /&gt;(Screw Extrusion) เมื่อเม็ดพลาสติก PS ผ่านสกรูความร้อนก็จะหลอมตัว ขณะที่จะออกจากปลายสกรูก็จะถูกฉีดก๊าซ Butane (C4H10) ซึ่งก็คือแก๊สหุงต้มที่ใช้ตามครัวเรือนผสมเข้าไปทำปฎิกิริยาให้พลาสติกที่กำลังหลอมนั้นเกิดการขยายตัวประมาณ 20 เท่า ฉีดออกเป็นแผ่นแล้วม้วนเข้าคล้ายม้วนกระดาษ (จึงเรียกว่า Polystyrene Paper / PSP) จากนั้นก็จะนำม้วนโฟม PSP ที่ได้ ไปขึ้นรูปด้วยความร้อนตามลักษณะแม่พิมพ์ (Thermal Forming) เช่นเป็นกล่องใส่อาหารหรือถาดเป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สรุปได้ว่าโฟมนั้นก็คือ พลาสติกที่ผ่านกระบวนการที่ใช้สารขยายตัว สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างดี เหมาะสำหรับใช้ในการบรรจุสินค้า และยังรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในแนวดิ่งโดยไม่เสียรูปทรง และยังใช้เป็นฉนวนรักษาความร้อนและเย็น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8924385989501360729-7857578974367797768?l=493crujira.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://493crujira.blogspot.com/feeds/7857578974367797768/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8924385989501360729&amp;postID=7857578974367797768' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/7857578974367797768'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/7857578974367797768'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://493crujira.blogspot.com/2007/06/blog-post_18.html' title='โฟม คืออะไร'/><author><name>SUKRITTA</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05511640481219040944</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_ZiPXef9nni8/RnZC6UqnoOI/AAAAAAAAAJs/bVBgS1s4EnE/s72-c/knowdetail_02.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8924385989501360729.post-9165114515536417587</id><published>2007-06-08T23:44:00.000-07:00</published><updated>2007-06-08T23:44:18.656-07:00</updated><title type='text'>ความคาดหวังก่อนเรียน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;วิชานี้คือการเรียนอะไรในความคิดเรา ?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อาจาร์ยส่วนใหญ่เล่ามาว่า วิชานี้เป็นการศึกษาเเนวคิดของศิลปิน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ในการออกเเบบ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หรือคิดงาน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;(ถ้าในด้านศิลปนะ) &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;เเต่ในความคิดของเราเอง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เราคิดว่าการที่เลือกเรียนวิชานี้ เราน่าจะได้เรียนรู้วิธีการ ขั้นตอนการคิด&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;หรือเเม้กระทั้งประเด็นหลักของงาน เเละความคิดส่วนตัวของผู้คิดคนดังกล่าว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เราคิดว่าวิชานี้อาจจะไม่ได้สอนเราเเค่ว่าศิลปินที่ออกเเบบทางศิลปะคิดอะไร &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เเต่คงจะสอนให้เราเข้าใจคนทุกคนที่คิดงานออกมา &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง สังคม วิทยาศาสตร์ เละทุกๆงานที่มีการคิดเเละผลิตออกมาในปัจุบัน เเละอดีต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เเละเมื่อเราได้เรียนรู้เเล้วเราก็จะสามารถนำวิธีคิดของพวกเค้ามาคิด เเละประยุกต์ใช้ให้เข้ากับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;การคิดงานของเรา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;นอกจากนี้เรายังอาจเข้าใจงานของทุกๆคนที่คิดงานได้มากขึ้นกว่าเดิมเเละเข้าใจอย่างถูกต้องอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เพราะบางครั้งเราดูงานก็ไม่ได้เเปลว่าเราเข้าใจงานทุกงานไปทุกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;หรือบางครั้งคนที่มาดูงานเราอาจไม่เคยเข้าใจงานเราเลยก็ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;เเต่เมื่อศึกษาวิชานี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;ต่อไปบางคนหรือทุกคนอาจเข้าใจสิ่ที่เราจะเสนอผ่านตัวงานงานขึ้นก็ได้ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากกว่าการเห็นเเล้วไม่เข้าใจเเล้วตอบไปว่ามันสวยเพียงอย่างเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8924385989501360729-9165114515536417587?l=493crujira.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://493crujira.blogspot.com/feeds/9165114515536417587/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8924385989501360729&amp;postID=9165114515536417587' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/9165114515536417587'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8924385989501360729/posts/default/9165114515536417587'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://493crujira.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='ความคาดหวังก่อนเรียน'/><author><name>SUKRITTA</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05511640481219040944</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
